ตำแหน่งของคุณ Home เทคโนโลยี

“เพื่อไทย”ฝ่าวิกฤติ“แพแตก”!?

แม้ “พรรคเพื่อไทย” จะนับเป็น 1 ในพรรคการเมืองใหญ่ที่มีโอกาสได้เปรียบในสนามเลือกตั้ง ครั้งหน้า หากมีการใช้รูปแบบบัตรเลือกตั้ง 2ใบ เพื่อเป็นกติกาเปิดทางให้พรรคเพื่อไทยได้ลุ้นความสำเร็จเหมือนกับที่ “พรรคไทยรักไทย” พรรคต้นน้ำ ที่เคยสร้างประวัติการเลือกตั้ง ในปี 2544 มาได้อย่างงดงามก็ตาม แต่สำหรับพรรคเพื่อไทย ณ วันนี้ยังต้องลุ้นกันอีกเฮือกใหญ่ว่าที่สุดแล้ว “ชัยชนะ” ที่มองเห็นอยู่เบื้องหน้านั้น จะคว้ามาอยู่ในมือได้หรือไม่ ? เมื่อในความเป็นจริงแล้ว พรรคเพื่อไทยวันนี้ไม่ได้แข็งแกร่ง เมื่อเทียบกับ พรรคไทยรักไทยที่เปิดตัวลงสนามเลือกตั้งครั้งแรกในปี 2544 ภายใต้กฎกติการัฐธรรมนูญ ปี 2540 ใช้รูปแบบบัตรเลือกตั้ง 2ใบ เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ใช่ ในครั้งนั้น พรรคไทยรักไทย สร้างความสำเร็จ แจ้งเกิดเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ชนิดถล่มทลาย กวาดส.ส.เข้าสภาผู้แทนราษฎรมาได้ทั้งสิ้น 248 คนจากทั้งส.ส.เขตและส.ส.บัญชีรายชื่อ สามารถจัดตั้ง “รัฐบาลพรรคเดียว” เกิดเป็นฉากสำคัญของหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย การเป็นพรรคการเมืองเจนเนอเรชั่นที่ 3 สำหรับพรรคเพื่อไทย ในยุคที่ต้องโดนดองเอาไว้ในฐานะ “พรรคแกนนำฝ่ายค้าน” ยาวนานเกือบ 8ปี ย่อมเป็นเรื่องยากลำบาก มิใช่น้อย เมื่อห่างไกลจาก “อำนาจรัฐ” และ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี เจ้าของพรรคตัวจริงที่ต้องสั่งการผ่านโลกไร้สาย มายังเมืองไทย ย่อมส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อม ข่าวคราวการเปลี่ยนตัว “หัวหน้าพรรค” เกิดขึ้นมาเป็นระลอก นัยว่า “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคคนปัจจุบันนั้นคงไม่เหมาะกับการต่อสู้ในสนามเลือกตั้งรอบหน้าเสียแล้ว แต่จนถึงวันนี้ เมื่อหัวหน้าพรรคยังเป็นคนเดิม ความเปลี่ยนแปลงใดๆยังไม่เกิดขึ้น แต่ทว่ากลับพบว่าภายในพรรคเองยังเกิดปัญหา “งูเห่า” วนเวียนไม่มีที่สิ้นสุด แม้จะมีการวางบทลงโทษ สำหรับ “ส.ส.งูเห่า” ที่เอาใจออกห่าง เทใจให้กับ “ฝ่ายรัฐบาล” แต่ที่สุดแล้ว ใช่ว่าส.ส.งูเห่า จะหวาดผวากับการถูกขับไล่ หรือกดดันว่าจะไม่ส่งลงสมัครในพรรค จะด้วยมี “ที่หมายใหม่” หรืออาจจะเป็นเพราะรู้ดีว่า การอยู่ต่อไปในพรรคเพื่อไทย โอกาสที่จะได้เป็น แกนนำจัดตั้งรัฐบาลในสนามเลือกตั้งรอบหน้า ใช่ว่าจะเกิดขึ้นง่ายดาย ไม่เพียงแต่ภายในพรรคขาดความแข็งแกร่ง หากแต่ลึกๆแล้ว บรรดา “อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย” ที่พากันย้ายออกไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ ยังคง “ต่อสาย” กับเพื่อนส.ส.ภายในพรรค เพื่อรอวันดึงมาร่วมงาน เมื่อการยุบสภาฯ มาถึงไม่ว่าจะเป็น “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ที่แยกออกไปตั้งพรรคไทยสร้างไทย แม้จะถูกมองว่าเป็น “พรรคสาขา” ของพรรคเพื่อไทย แต่ใช่ว่า จะไม่มีการ “เปิดดีล” กับส.ส.ในพรรคระดับแกนนำ ที่มี “ฐานเสียง” ในภาคอีสานแต่อย่างใด ยังไม่นับรวมปัญหาที่รออยู่เบื้องหน้า เมื่อสัญญาณยุบสภาฯ เพื่อเตรียมเลือกตั้งใหม่ “ แรงชัด” มากขึ้นเมื่อใด ยิ่งจะได้เห็นว่า บรรดาส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ที่มีคะแนน มีฐานเสียงอยู่ในมือ จะถูกดึงไปอยู่พรรคการเมือง ในขั้วรัฐบาลมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทยหรือแม้แต่พรรคการเมืองใหม่ที่มีข่าวว่า “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กับ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย วางตัว “ปลัดฉิ่ง” ฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เตรียมไปสร้างบ้านหลังใหม่ และอย่าลืมว่า ปลัดฉิ่ง คนนี้ย่อมมากด้วยคอนเนคชั่น ที่ลึกไปกว่านั้น เขาเองยัง “ผูกมิตร” สานไมตรีกับส.ส.ในพรรคเพื่อไทย มาอย่างต่อเนื่อง อีกด้วยหมายความว่า “ทางเลือก” สำหรับส.ส.พรรคเพื่อไทย นั้นมีมากกว่าที่ตาเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ ทั้ง “ศึกในสภาฯ” และ “ม็อบ” บนท้องถนนที่สู้อุตส่าห์ ส่ง “เต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. ลงมาลุยเอง จนบัดนี้ก็ยังได้ไม่คุ้มเสีย เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ลุกจากเก้าอี้นายกฯ สถานการณ์ในพรรคเพื่อไทย วันนี้จึงเป็นไปในลักษณะที่เรียกได้ว่า “ประคับประคอง” กันไป จนกว่า “เจ้าของพรรคตัวจริง” จะตัดสินใจในโค้งสุดท้าย ว่าจะปรับโฉมพรรคอย่างไรให้กลับมาแข็งแกร่งได้เหมือนเดิม ก่อนวันที่พรรคจะเข้าสู่สภาวะ “แพแตก” เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ชิงความได้เปรียบประกาศยุบสภาฯ เสียก่อน !

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

บทความยอดนิยม