ตำแหน่งของคุณ Home ภูมิภาค

เงินเฟ้อส.ค.ลดลง0.02%ผลมาตรการลดค่าครองชีพรัฐมั่นใจทั้งปปีอยู่ในกรอบ0.7-1.7%

นายวิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนสิงหาคม 2564 อยู่ที่ 99.63 ลดลง 0.02% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน แต่ทั้งนี้ถือว่าเป็นการขยายตัว 0.45% เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากมาตรการลดภาระค่าครองชีพของรัฐ โดยเฉพาะการลดค่าเล่าเรียน-ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่ากระแสไฟฟ้า และค่าน้ำประปา ประกอบกับราคาสินค้ากลุ่มอาหารสดบางชนิดมีราคาลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนค่อนข้างมาก โดยเฉพาะข้าว เนื้อสัตว์ ผักสด และผลไม้สด นอกจากนั้น ราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานแม้จะยังขยายตัวต่อเนื่อง แต่เป็นอัตราที่ชะลอลงจากเดือนที่ผ่านมา ขณะที่สินค้าอื่น ๆ บางชนิดมีราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะไข่ไก่และเครื่องประกอบอาหาร และบางชนิดราคาทรงตัว ซึ่งเคลื่อนไหวสอดคล้องกับสถานการณ์ ส่งผลให้เงินเฟ้อในเดือนนี้ปรับลดลง

นอกจากนี้ เงินเฟ้อเดือนนี้ที่ลดลง 0.02% เมื่อดูตามหมวดสินค้า เช่น หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ลดลง 1.48% ได้แก่ กลุ่มข้าวแป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง ลดลง 6.96% เช่น ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว ขนมอบ เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำ ลดลง 1.61% ผักสด ลดลง 11.86% ผลไม้สด ลดลง 2.54% ขณะที่กลุ่มไข่และผลิตภัณฑ์นม สูงขึ้น 2.54 % เช่น ไข่ไก่ ไข่เป็ด นมข้นหวาน เครื่องประกอบอาหารสูงขึ้น 3.99% เช่น น้ำมันพืช น้ำพริกแกง เป็นต้น

โดยหมวดที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 0.93% ได้แก่ หมวดตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล สูงขึ้น 0.39% เช่น ค่าแต่งผมชาย-สตรี ครีมนวดผม หมวดพาหนะ และการสื่อสาร สูงขึ้น 9.04% เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าโดยสารสาธารณะ ขณะที่หมวดเครื่องนุ่มห่มและรองเท้า ลดลง 0.24% เช่น เสื้อยืดสตรี เสื้อเชิ้ต กางเกงขายาวบุรุษ หมวดเคหะสถาน ลดลง 5.95% เช่น ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าน้ำประปา เป็นต้น ทั้งนี้ ทำให้ดัชนีราคาผู้บริโภคเมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2564 ลดลง 0.18% และเฉลี่ย 8 เดือน (มกราคม-สิงหาคม 2564) สูงขึ้น 0.73% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อในเดือนกันยายน 2564 มีแนวโน้มกลับมาขยายตัวในระดับที่ไม่สูงมากนัก โดยมีปัจจัยสำคัญจากการสิ้นสุดมาตรการลดค่ากระแสไฟฟ้าและค่าน้ำประปา ซึ่งสิ้นสุดในเดือนสิงหาคมนี้ อีกทั้งราคาพลังงานมีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อยจากการเพิ่มกำลังการผลิตของผู้ผลิตโลก ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ที่มีแนวโน้มเริ่มคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม ราคาอาหารสดและการต่ออายุมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐเป็นปัจจัยผันแปรสำคัญที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อในเดือนกันยายนได้

ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยในปี 2564 จะอยู่ระหว่าง 0.7-1.7% (ค่ากลางอยู่ที่ ร้อยละ 1.2) ซึ่งเป็นอัตราที่น่าจะช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง และจะมีการทบทวนอีกครั้งในเดือนกันยายน 2564 อีกครั้ง ซึ่งต้องติดตามว่าภาครัฐจะมีมาตรการลดค่าครองชีพหรือไม่ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ซึ่งจะมีผลต่อเงินเฟ้อหากมีมาตรการต่อเนื่องจะทำให้เงินเฟ้อลดลงประมาณ 0.7-0.8% แต่หากไม่มีมาตรการโอกาสเงินเฟ้อจะกลับมาขยายตัวแต่เชื่อว่าไม่ถึง 1% พร้อมกันนี้อาจจะมีการปรับสมมุติฐานใหม่อีกครั้งเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนเงินเฟ้อไตรมาส 3 คาดอยู่ที่ 0.59%

สำหรับสมมุติฐานเดิมคือ จีดีพีขยายตัวอยู่ที่ 1.5-2.5% น้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 30-32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่วนเรื่องของมาตรการคลายล็อกดาวน์มีผลต่อเงินเฟ้อหรือไม่นั้น มีเนื่องจากมีความต้องการสินค้าและพฤติกรรมการบริโภคของประชาชน โดยเฉพาะการบริโภคอาหาร ส่วนกรณีที่ว่าจะมีการนำชุดตรวจโควิดเข้ามาอยู่ในตระกร้าเงินเฟ้อหรือไม่ อนาคตอาจจะนำเข้ามาหากเป็นสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิต แต่ปัจจุบันนี้ยังไม่เก็บ สินค้าที่เก็บแล้ว เช่น หน้ากากอนามัย เป็นต้น อย่างไรก็ดีเชื่อว่าเงินเฟ้อทั้งปียังอยู่ในกรอบที่คาดการณ์ไว้

ส่วนความเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและบริการในเดือนสิงหาคม 2564 จำนวน 422 รายการ เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่าสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น 204 รายการ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ไข่ไก่ น้ำมันพืช ขิง องุ่น กับข้าวสำเร็จรูป อาหารกลางวัน ผงซักฟอก สินค้าที่ปรับตัวลดลง 155 รายการเช่น ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ข้าวสารเหนียว ข้าวสารเจ้า ไก่ย่าง มะเขือเทศ ผักชี เงาะ สินค้าที่ไม่เปลี่ยนแปลง 71 รายการ

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

บทความยอดนิยม