ตำแหน่งของคุณ Home

ฤจะกลายเป็นจุดอวสานปิดตำนานประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์

คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ / ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

ช่างสุดแสนมหัศจรรย์พันลึกที่ เพราะเหตุใด “อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์”จึงสามารถหลีกเลี่ยงหลุดพ้นจากการถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีได้ถึงสองครั้งสองครา

น่ามหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่งที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ยังพ้นผิดในข้อหาต่างๆเกือบทั้งหมด ขณะที่คนใกล้ตัวหลายๆคนต้องกลายเป็นแพะรับบาปถูกจองจำในซังเตไปคนละหลายๆปี!!!

และยังน่ามหัศจรรย์ที่คดีเกี่ยวกับธุรกิจของ “องค์การทรัมป์” (Trump Organization) ซึ่งเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกฟ้องร้องในคดีความต่างๆแล้วถึง 15 กระทงก็ตาม แต่ผู้ที่เป็นแพะรับบาปกลับกลายเป็น “อลัน ไวสเซลเบร์ก” เจ้าหน้าที่สูงสุดทางด้านการเงิน ที่เขาทำงานรับใช้อดีตประธานาธิบดีทรัมป์มานานกว่า 48 ปี โดยประธานาธิบดีทรัมป์แก้ต่างกล่าวถึงกรณีการที่ถูกฟ้องร้องครั้งนี้ว่า “เป็นการล่าแม่มดอย่างต่อเนื่อง” “Witch Hunt”

และยังคงมีเรื่องที่แสนจะมหัศจรรย์อย่างยิ่งอีกเรื่องที่ว่าด้วย เพราะเหตุผลใดฐานการเมืองของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์จึงยังคงผนึกพลังสนับสนุนเขาอย่างแข็งขัน แถมด้วยฐานเสียงทางการเมืองของเขาก็ยังคงเชื่อและคล้อยตามคิดว่า เขายังคงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนปัจจุบันอีกด้วย

ขณะนี้ยังปรากฏอีกเช่นกันว่า อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ต้องเผชิญกับการฟ้องร้องในคดีความต่างๆมากถึง 29 คดี แต่ก็น่าแปลกใจที่ยังคงเห็นเขาทำตัวชิลๆสบายๆไม่เดือดเนื้อร้อนใจ

อย่างไรก็ตามยังมีคดีที่ฝูงชนกลุ่มผู้ประท้วงบุกเข้าไปในรัฐสภา เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021ที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ยุยงอยู่เบื้องหลัง แต่นักการเมืองในพรรครีพับลิกันส่วนใหญ่กลับปักใจเชื่อว่า เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งๆที่ “วุฒิสมาชิกมิทช์ แมคคอนเนลล์” ผู้นำพรรครีพับลิกันในวุฒิสภาได้ออกมาประกาศว่า “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะต้องรับผิดชอบเหตุการณ์ในวันนั้น ที่จะต้องทำด้วยหลักศีลธรรม มิใช่กระทำด้วยพฤติกรรมที่ไร้เหตุผล อีกทั้งการละทิ้งหน้าที่ก็เป็นสิ่งที่น่าอับอายอย่างมาก”

ส่วน “ ส.ส.เควิน แม็คคาร์ธีย์” ผู้นำของพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ออกมากล่าวประณามการที่ฝูงม็อบบุกรัฐสภาและยังได้กล่าวเสริมว่า “เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าสภาคองเกรสจะไม่เหมือนเดิม หลังจากที่เกิดเหตุการณ์กลุ่มผู้ก่อการจลาจลบุกเข้าไปในวุฒิสภา และประธานาธิบดีทรัมป์จะต้องรับผิดชอบ”

ทั้งนี้เหตุการณ์ในวันที่ 6 มกราคม 2021 ซึ่งเป็นวันที่สมาชิกรัฐสภาเข้าประชุม เพื่อรับรองชัยชนะการเลือกตั้งของโจ ไบเดน เข้าไปรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไป โดยมี “รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์” ทำหน้าที่ประธานการประชุม

และขณะที่การประชุมกำลังดำเนินอยู่นั้น ปรากฏว่าได้มีฝูงม็อบบุกเข้าไป เพื่อต้องการที่จะจับรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ เอาไปแขวนคอและยังต้องการที่จะจับตัว ประธานสภาฯแนนซี เพโลซี อีกด้วย แต่ตำรวจประจำรัฐสภาเข้าสกัดกั้นจนสามารถคุ้มครองผู้นำทั้งสองหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด!!!

ส่วน “วุฒิสมาชิกมิตต์ รอมนีย์” ไม้เบื่อไม้เมาของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ก็รอดชีวิตไปได้อย่างหวุดหวิดด้วยเช่นกัน

และในเหตุการณ์นี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 140 นายได้รับบาดเจ็บจากการโจมตี และยังมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยอีก 7 ราย

อนึ่งเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับเอฟบีไอได้ทำการจับกุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้วกว่าห้าร้อยคน และกำลังติดตามจับกุมเพิ่มเติมอีกหลายร้อยคน

ทั้งนี้ในช่วงสัปดาห์แรกของการก่อเหตุจลาจลนั้น คนอเมริกันส่วนใหญ่ต่างเห็นชอบด้วยที่จะให้คณะกรรมการอิสระเข้าไปทำการตรวจสอบ

โดยแรกเริ่มเดิมทีนักการเมืองพรรคเดโมแครตในวุฒิภาเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงในเหตุการณ์นี้ แต่กลับถูกอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์พยายามทุกวิถีทางเข้าขัดขวาง ต้องการให้ล้มเลิก

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2021 สภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านร่างกฎหมายในการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระเข้าไปสอบสวนเหตุการณ์ 6 มกราคม ด้วยเสียง 252-175 โดยมีส.ส.ของพรรครีพับลิกันถึง 35 คนเห็นชอบด้วย

แต่แล้วในที่สุดในการโหวตเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2021 วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันสามารถบล็อกมิให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระด้วยเสียง 54:35 โดยไม่ครบ 60 เสียงตามหลักเกณฑ์การผ่านร่างกฎหมายสำคัญๆ

และถึงแม้ว่าวุฒิสมาชิกในค่ายพรรครีพับลิกันจะพยายามขัดขวางการแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระในการหาข้อเท็จจริงก็ตาม แต่ประธานสภาฯแนนซี เพโลซี ส.ส.จากรัฐแคลิฟอร์เนียนานกว่า 34 ปี ใช้อำนาจพิเศษประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษขึ้นมาจำนวน 13 คน เพื่อสอบสวนเบื้องหลังข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยเธอกล่าวว่า “หน้าที่ ที่มีต่อรัฐธรรมนูญและต่อชาวอเมริกันก็คือ ค้นหาความจริงในหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 เพื่อให้แน่ใจว่าการจู่โจมระบอบประชาธิปไตยจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีกต่อไป โดยเหตุการณ์เช่นนี้เป็นหนึ่งในวันที่มืดมนที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองของสหรัฐอเมริกา”

ประธานสภาฯแนนซี เพโลซี ยังได้เสริมต่อไปอีกว่า “การก่อความรุนแรงที่มีการปิดกั้นการรับรองผลการเลือกตั้ง และการถ่ายโอนอำนาจ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในระบอบประชาธิปไตยในวันนั้น เป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก”

ทั้งนี้ประธานสภาฯแนนซี เพโลซียังหวังและตั้งใจที่จะให้สมาชิกสภาผู้แทนฯของพรรครีพับลิกันเข้าร่วมในคณะกรรมการพิเศษด้วย โดยเธอต้องการที่จะให้ส.ส.เควิน แม็คคาธีย์ ผู้นำของพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนฯเป็นผู้เสนอชื่อ แต่ปรากฏว่าเขาพยายามหลบเลี่ยงและขัดขวางการตั้งคณะกรรมการสอบสวนชุดพิเศษ โดยมีประธานาธิบดีทรัมป์คอยชักใยผลักดันอยู่เบื้องหลัง!!!

อย่างไรก็ตามยังมีบุคคลสำคัญๆจากพรรครีพับลิกันแจ้งความประสงค์ต้องการที่จะเป็นคณะกรรมการพิเศษคนสองคน นั่นก็คือ ส.ส.ลิซ เชนีย์ ไม้เบื่อไม้เมาคู่อริไม่กินเส้นกับประธานาธิบดีทรัมป์ โดยเธอเป็นหนึ่งในสิบของสมาชิกในค่ายพรรครีพับลิกันที่กล้าหาญชาญชัยออกมาสนับสนุนให้มีการฟ้องร้องครั้งที่สองเกี่ยวกับการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่า มีส่วนชักใยอยู่เบื้องหลังให้ฝูงชนก่อการจลาจลบุกเข้าสู่รัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 โดยเธอชูธงยึดเอารัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา เพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตยเป็นหลักใหญ่ ซึ่งเธอกล่าวว่า เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด

ส่วนอดัม คินซิงเกอร์ ส.ส.หกสมัยจากรัฐอิลลินอยส์ อดีตนาวาอากาศโท จากกองทัพอากาศสหรัฐฯ ถือเป็นนักการเมืองคนแรกของพรรครีพับลิกันที่ได้ออกมาเรียกร้องให้ประธานาธิบดีทรัมป์ลาออกในทันทีที่ม็อบฝูงชนก่อการจลาจล

เนื่องจากคณะกรรมการชุดพิเศษของประธานสภาฯแนนซี เพโลซีจะเริ่มต้นการสอบสวนในสัปดาห์นี้ โดยมุ่งเปิดโปงความเลวร้ายของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนการเลือกตั้งกลางสมัยในอีก 13 เดือนข้างหน้า

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นหากว่า “นางแนนซี เพโลซี”ประธานสภาฯคนที่ 52 ซึ่งเธอคือสุภาพสตรีเพียงคนเดียวที่สามารถเข้าไปดำรงอยู่ในตำแหน่งนี้ และเธอยังเป็นคู่ปรับที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์เกรงกลัวมากที่สุด จึงทำให้สามารถหาข้อสรุปได้ไม่ยากว่า หากประธานาธิบดีทรัมป์คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุจลาจลจริงๆแล้วละก็ อาจจะกลายเป็นจุดอวสานที่เขาจะต้องสรรหากลเม็ดเล่ห์เหลี่ยมต่างๆนานาอันแสนแพรวพราวเหมือนดั่งที่เขาเคยใช้มาลบล้างให้พ้นมลทิน เหมือนดั่งคดีต่างๆที่เคยผ่านมาละครับ

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow